การแทรกรหัส PHPเนื่องจาก PHP เป็นภาษาในลักษณะฝังตัว (Embedded Script) โดยส่วนของภาษาจะ แทรกปนกับ Code อื่นๆ ด้วยเหตุนี้ในการเขียน PHP จึงต้องมีการแยก (Escape) ระหว่าง PHP Code และ HTML Code เพื่อให้ตัวแปรภาษาสามารถประมวลผลได้อย่างถูกต้อง ดังตัวอย่างต่อไปนี้
HTML
BODY
echo "Hello World";
?>
/BODY
/HTML
ตัวอย่างการแทรก Code PHP ลงใน Code HTML
ในการ escape ระหว่าง PHP Code และ HTML Code นั้นตามมาตรฐานที่ปรากฎในเอกสารจาก php.net มีด้วยกันทั้งสิ้น 4 วิธี ทั้งนี้บางวิธ ีจะสามารถใช้งานได้เมื่อมีการตั้งต่า Config บางค่าเท่านั้น
1. ? echo ("this is the simplest, an SGML processing instruction\n"); ?
2. ?php echo("if you want to serve XML documents, do like this\n"); ?
3.
script language="php"
echo ("some editors (like FrontPage) don't
like processing instructions");
/script
4. % echo ("You may optionally use ASP-style tags"); %>
%= $variable; # This is a shortcut for "<%echo .." %>
การแทรก Code PHP ลงใน Code HTML
วิธีที่ 1 นั้นเป็นวิธีที่นิยมใช้กันโดยทั่วไป ทั้งนี้การจะ escape โดยใช้วิธีที่นี้ เรียกว่า Short-Tag ซึ่งในการตั้งค่า PHP.INI จะต้อง กำหนดให้ short_open_tag=on ด้วย ส่วนวิธีที่ 2 นั้นเป็นการเขียนในลักษณะของ XML ซึ่งเป็นมาตรฐานปกติของตัวแปลภาษา PHP สำหรับวิธีที่ 3 นั้น เป็นวิธีการแบบดังเดิมที่นิยมใช้กันบน JavaScript หรือ Perl Script. ส่วนวิธีที่ 4 นี้มีต้นแบบมาจาก ASP ซึ่งนิยมเรียกว่า ASP tags โดยหากผู้ใช้ต้องการใช้วิธีนี้จะต้องตั้งค่า asp_tags=on ใน PHP.INI เช่นกัน
การเขียนคำสั่ง
ในการเขียนคำสั่งแต่ละอันบน PHP นั้นโครงสร้างคำสั่งแต่ละอันจะประกอบด้วยชุดคำสั่ง ค่า Parameter ต่างๆ และจบท้ายด้วยเครื่องหมาย Semicolon “;”เสมอ นอกจากนี้การจบ Escape ยังหมายถึงการจบประโยคไปในตัวด้วยเช่นกัน ดังตัวอย่างต่อไปนี้
?php
echo("1.Hello, World.\n");
echo("2.Hello, World.\n")
?
การจบประโยคของ PHP
จากตัวอย่างจะพบว่า “;” ใช้ขั้นระหว่าง Hello,World ที่ 1 และ 2 ส่วน Hello,World อันที่ 2 นั้น ไม่จำเป็นจะต้องใส่ “;” ก็ได้ เพราะว่าจบช่วง Escape ("?>") ก็มีความหมายว่าจบประโยคเช่นกัน
การเขียน Comment
Comment คือส่วนที่ใช้สำหรับอธิบายโปรแกรม ซึ่งจะไม่ถูกแปลและนำออกมาแสดงผล การเขียน Comment ในภาษา PHP นั้น จะใช้ลักษณะเช่นเดียวกับการเขึยน Comment ในภาษา C หรือ ภาษา C++ และการเขียน Coment ใน Unix-Sheสl ทั่วไป โดยการเขียนในแบบภาษา C ส่วน Comment จะขั้นอยู่ระหว่าง “/*” และ “*/” ส่วนกรณีของ Comment แบบ C++ นั้น จะนับตั้งแต่เครื่องหมาย “//” จนจบบรรทัด เช่นเดียวกันกับ Unix-Shell แต่ใน Unix-Shell นั้น จะใช้เครื่องหมาย “#” แทน ทั้งนี้การเขียนโปรแกรมที่ดี ผู้เขียนควรจะมีการแทรก Comment เพื่อใช้อธิบายการทำงานของโปรแกรมโดยย่อ และควรระมัดระวังการเขียน Comment ซ้อน ภายใน Comment ด้วย เพราะอาจมีการประมวลผลผิดพลาดใน PHP บาง Version.
?php
// This is the sample Comment (C++ Style)
# Shell Style Comment
echo("1.Hello, World.\n");
/* echo ("Test Comment (C Style)"); */
echo("2.Hello, World.\n");
?>
/*
This the comment /* (This should be avoid)*/
*/
?
การเขียน comment ในPHP
วันพุธที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2553
วันพฤหัสบดีที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2553
การทำขั้นตอนซ้ำหรือวนลูป
การวนลูปหรือสร้างลูปเพื่อทำงานซ้ำเป็นส่วนประกอบสำคัญของโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ในภาษา PHP ก็จะใช้โครงสร้างเหมือนภาษาซี ดังต่อไปนี้
-while-do loop
-do-while loop
-for-loop
ตัวอย่างการใช้ while-do loop เพื่อคำนวณค่า เลขยกกำลังสอง ซึ่งมีเลขฐานตั้งแต่ 1 ถึง 10
$x = 1;
while ($x <= 10) {
echo $x*$x,"\n";
$x++;
}
?>
เริ่มต้นด้วยการกำหนดตัวแปร $x ให้มีค่าเป็นหนึ่ง ซึ่งในกรณีนี้ เราใช้เป็นเลขฐาน ในการคำนวณเลขยกกำลังสอง เมื่อเข้าสู่การวนลูปแบบ while-do จะมีการตรวจดูเงื่อนไข ของการวนลูปในแต่ละครั้งว่า เงื่อนไขเป็นจริงอยู่หรือไม่ ในกรณีนี้ เรากำหนดเงื่อนไขในการวนลูปไว้ว่า ถ้าค่าของ $x มีค่าน้อยกว่าหรือเท่ากับ 10 ก็ให้ทำคำสั่งที่อยู่ภายในลูป ซึ่งก็คือ echo $x*$x,"\n"; โดยจะพิมพ์ค่าของผลคูณซึ่งหมายถึงเลขยกกำลังสองนั่นเอง หลังจากนั้น ก็ให้เพิ่มค่าของ $x ทีละหนึ่งในการวนลูปแต่ละครั้ง ค่าของ $x จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆจนมีค่ามากกว่า 10 เมื่อถึงเวลานั้น ก็จะเป็นการจบการวนลูป เพราะว่า เราจะได้ว่า เงื่อนไข ($x <= 10) มีค่าเป็นเท็จ
สมมุติว่า ถ้าเปลี่ยนจาก $x++ เป็น $x-- ปัญหาก็จะเกิดตามมาเวลาใช้งาน คือ แทนที่จะวนลูปแค่สิบครั้ง ก็กลับกลายเป็นว่า เป็นการวนลูปนับครั้งไม่ถ้วน เพราะว่า ค่าของ $x จะลดลงเรื่อยๆในการวนลูปแต่ละครั้ง คือเป็นลบ และค่าเป็นลบจะน้อยกว่า 10 เสมอ (ยกเว้นแต่ว่า เมื่อถึงจุดเวลาหนึ่งค่าเป็นลบมากๆ จะกระโดดกลับเป็นบวก)
ตัวอย่างการใช้ do-while loop เพื่อคำนวณค่าเลขยกกำลังสอง ซึ่งมีเลขฐานตั้งแต่ 1 ถึง 10
$x = 1;
do {
echo $x*$x,"
\n";
$x++;
} while ($x < 10);
?>
โปรดสังเกตความแตกต่างระหว่างการใช้ while-do และ do-while โดยเฉพาะตรงเงื่อนไข ในการจบการวนลูป ในกรณีของ do-while เราจะกระทำขั้นตอนในลูปก่อนหนึ่งครั้ง แล้วค่อยตรวจดูว่า เงื่อนไขในการวนลูปเป็นจริงหรือไม่ ความแตกต่างนี้ เราสามารถจำได้ง่ายๆ คือว่า ถ้าใช้ do-while จะต้องมีการทำคำสั่ง ภายในลูปหนึ่งครั้งเสมอ แม้ว่าเงื่อนไขโดยเริ่มต้นจะเป็นเท็จก็ตาม ซึ่งแตกต่างจาก while-do ถ้าเงื่อนไขเป็นเท็จตั้งแต่เริ่ม ก็จะไม่มีการทำคำสั่งที่อยู่ในลูป
อีกแบบหนึ่งสำหรับการวนลูปคือใช้ for-loop ทำได้ตามตัวอย่างต่อไปนี้
for ($x = 1; $x <=10; $x++) {
echo $x*$x,"
\n";
}
?>
ในบรรทัดที่เริ่มต้นด้วย for ระหว่างวงเล็บเปิดและปิด จะถูกแบ่งเป็นสามส่วนโดยเครื่องหมาย semicolon (;) ในส่วนแรกเราสามารถใส่คำสั่งที่ต้องการจะกระทำก่อนเข้าลูป ส่วนแรกนี้จะมีหรือไม่มีก็ได้ ในส่วนที่สองจะเป็นเงื่อนไขสำหรับการทำ loop และในส่วนที่สามจะคำสั่งที่จะต้องทำเป็นการจบท้ายลูปในแต่ละครั้ง หลักการทำงานของ for-loop จะคล้ายกับ while-do-loop
การใช้งาน for-loop และวางตำแหน่งส่วนต่างๆ อาจจะไม่จำเป็นต้องทำเหมือนกันแต่ให้ผลเหมือนกัน เช่น
$x=1;
for ( ; $x <=10; $x++) {
echo $x*$x,"
\n";
}
$x=1;
for ( ; $x <=10; ) {
echo $x*$x,"
\n";
$x++;
}
?>
จากตัวอย่างข้างบนที่ผ่านๆมา เป็นการวนลูปจะใช้การนับเลขเพิ่มขึ้นทีละหนึ่ง เรายังสามารถเขียนใหม่โดยเป็นการนับเลขลดลง ยกตัวอย่างเช่น เราต้องการจะพิมพ์ตัวเลขเรียงลำดับจาก 10,9,8...,1 ก็อาจจะเขียนคำสั่งได้ดังนี้
for ($x=10 ; $x >0; $x--) {
echo $x,"
\n";
}
?>
การใช้งาน for-loop ก็จะเหมือนกับเวลาใช้ในภาษาซี ในหลายๆเรื่อง เช่น เราสามารถใส่คำสั่งได้ มากกว่าหนึ่งโดยใช้เครื่องหมาย (,) เป็นตัวแยก ตัวอย่างเช่น
for ($x=1, $y=0 ; $x < 10; $x++, $y--) {
echo "$x $y
\n";
}
?>
-while-do loop
-do-while loop
-for-loop
ตัวอย่างการใช้ while-do loop เพื่อคำนวณค่า เลขยกกำลังสอง ซึ่งมีเลขฐานตั้งแต่ 1 ถึง 10
$x = 1;
while ($x <= 10) {
echo $x*$x,"\n";
$x++;
}
?>
เริ่มต้นด้วยการกำหนดตัวแปร $x ให้มีค่าเป็นหนึ่ง ซึ่งในกรณีนี้ เราใช้เป็นเลขฐาน ในการคำนวณเลขยกกำลังสอง เมื่อเข้าสู่การวนลูปแบบ while-do จะมีการตรวจดูเงื่อนไข ของการวนลูปในแต่ละครั้งว่า เงื่อนไขเป็นจริงอยู่หรือไม่ ในกรณีนี้ เรากำหนดเงื่อนไขในการวนลูปไว้ว่า ถ้าค่าของ $x มีค่าน้อยกว่าหรือเท่ากับ 10 ก็ให้ทำคำสั่งที่อยู่ภายในลูป ซึ่งก็คือ echo $x*$x,"\n"; โดยจะพิมพ์ค่าของผลคูณซึ่งหมายถึงเลขยกกำลังสองนั่นเอง หลังจากนั้น ก็ให้เพิ่มค่าของ $x ทีละหนึ่งในการวนลูปแต่ละครั้ง ค่าของ $x จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆจนมีค่ามากกว่า 10 เมื่อถึงเวลานั้น ก็จะเป็นการจบการวนลูป เพราะว่า เราจะได้ว่า เงื่อนไข ($x <= 10) มีค่าเป็นเท็จ
สมมุติว่า ถ้าเปลี่ยนจาก $x++ เป็น $x-- ปัญหาก็จะเกิดตามมาเวลาใช้งาน คือ แทนที่จะวนลูปแค่สิบครั้ง ก็กลับกลายเป็นว่า เป็นการวนลูปนับครั้งไม่ถ้วน เพราะว่า ค่าของ $x จะลดลงเรื่อยๆในการวนลูปแต่ละครั้ง คือเป็นลบ และค่าเป็นลบจะน้อยกว่า 10 เสมอ (ยกเว้นแต่ว่า เมื่อถึงจุดเวลาหนึ่งค่าเป็นลบมากๆ จะกระโดดกลับเป็นบวก)
ตัวอย่างการใช้ do-while loop เพื่อคำนวณค่าเลขยกกำลังสอง ซึ่งมีเลขฐานตั้งแต่ 1 ถึง 10
$x = 1;
do {
echo $x*$x,"
\n";
$x++;
} while ($x < 10);
?>
โปรดสังเกตความแตกต่างระหว่างการใช้ while-do และ do-while โดยเฉพาะตรงเงื่อนไข ในการจบการวนลูป ในกรณีของ do-while เราจะกระทำขั้นตอนในลูปก่อนหนึ่งครั้ง แล้วค่อยตรวจดูว่า เงื่อนไขในการวนลูปเป็นจริงหรือไม่ ความแตกต่างนี้ เราสามารถจำได้ง่ายๆ คือว่า ถ้าใช้ do-while จะต้องมีการทำคำสั่ง ภายในลูปหนึ่งครั้งเสมอ แม้ว่าเงื่อนไขโดยเริ่มต้นจะเป็นเท็จก็ตาม ซึ่งแตกต่างจาก while-do ถ้าเงื่อนไขเป็นเท็จตั้งแต่เริ่ม ก็จะไม่มีการทำคำสั่งที่อยู่ในลูป
อีกแบบหนึ่งสำหรับการวนลูปคือใช้ for-loop ทำได้ตามตัวอย่างต่อไปนี้
for ($x = 1; $x <=10; $x++) {
echo $x*$x,"
\n";
}
?>
ในบรรทัดที่เริ่มต้นด้วย for ระหว่างวงเล็บเปิดและปิด จะถูกแบ่งเป็นสามส่วนโดยเครื่องหมาย semicolon (;) ในส่วนแรกเราสามารถใส่คำสั่งที่ต้องการจะกระทำก่อนเข้าลูป ส่วนแรกนี้จะมีหรือไม่มีก็ได้ ในส่วนที่สองจะเป็นเงื่อนไขสำหรับการทำ loop และในส่วนที่สามจะคำสั่งที่จะต้องทำเป็นการจบท้ายลูปในแต่ละครั้ง หลักการทำงานของ for-loop จะคล้ายกับ while-do-loop
การใช้งาน for-loop และวางตำแหน่งส่วนต่างๆ อาจจะไม่จำเป็นต้องทำเหมือนกันแต่ให้ผลเหมือนกัน เช่น
$x=1;
for ( ; $x <=10; $x++) {
echo $x*$x,"
\n";
}
$x=1;
for ( ; $x <=10; ) {
echo $x*$x,"
\n";
$x++;
}
?>
จากตัวอย่างข้างบนที่ผ่านๆมา เป็นการวนลูปจะใช้การนับเลขเพิ่มขึ้นทีละหนึ่ง เรายังสามารถเขียนใหม่โดยเป็นการนับเลขลดลง ยกตัวอย่างเช่น เราต้องการจะพิมพ์ตัวเลขเรียงลำดับจาก 10,9,8...,1 ก็อาจจะเขียนคำสั่งได้ดังนี้
for ($x=10 ; $x >0; $x--) {
echo $x,"
\n";
}
?>
การใช้งาน for-loop ก็จะเหมือนกับเวลาใช้ในภาษาซี ในหลายๆเรื่อง เช่น เราสามารถใส่คำสั่งได้ มากกว่าหนึ่งโดยใช้เครื่องหมาย (,) เป็นตัวแยก ตัวอย่างเช่น
for ($x=1, $y=0 ; $x < 10; $x++, $y--) {
echo "$x $y
\n";
}
?>
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)